เรียนจบแล้ว ทำอะไร ? ไปทางไหนต่อ? (The series ตอนที่ 1)


ผมตั้งหัวเรื่องแบบนี้คงจะโดนใจน้อง ๆ หลาย ๆ คน  ที่กำลังอยู่ในช่วงของความรู้สึกเหล่านี้  มันคงจี๊ดดดดด... เข้าไปในหัวใจล่ะสิ !!!  555+++

สมัยผมเป็นนักศึกษา  พอมาถึงช่วงกำลังจะเรียนจบ  ผมก็มีความรู้เหล่านั้นเช่นกัน  คือแบบว่า... เรียนจบแล้วจะไปทำงานอะไร ?  สมัครยังไง ?  ต้องเดินทางไปยังไง ?  หรือจะเรียนต่อ ป.โท ดีไหม ?  ทางบ้านไม่ค่อยมีเงินจะทำอย่างไร ?  หรือจะกลับไปทำงานที่บ้านดี ?  ฯลฯ  ????
เมื่อตอนผมจบใหม่ ๆ  ตอนนั้นผมก็เขว...เช่นกัน !!?  คิดนั่น  คิดนี่  คิดไปหลายทางมาก  กว่าจะตัดสินใจลองลุยไปสักทางนึง  เดี๋ยวชีวิตมันคงเดินไปของมันเอง  ตอนนั้นคิดอย่างนั้นเลยครับ 

หลังจากตัดสินใจแล้ว  ก็เริ่มเดินทางไปสมัครงานที่ต่าง ๆ ใกล้ ๆ กับมหาลัยที่เราจบมาใหม่ๆ เพราะว่า  หากเดินทางไปที่อื่น  คงหลงทางแน่  และไม่ค่อยชินกับเส้นทางอีกด้วย  

การสมัครงานก็ถือได้เป็นเรื่องที่เหนื่อยพอสควรนะครับ  และมีต้นทุนเช่นกัน  ค่าเดินทาง  ค่าเอกสารต่าง ๆ ที่เราต้องเตรียมไปใช้สมัครงาน  ภาษาอังกฤษ  เรซูเม่  การกรอกใบสมัครงาน  เป็นต้น  สิ่งเหล่านี้ผมเตียมล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์  ค้นหาข้อมูลจาก Google หนักมากช่วงนั้น  ทำไงได้บริษัทต่าง ๆ เขาให้เรากรอกเป็นภาษาอังกฤษ   นี่นา ...  ความรู้ก็มีแค่นี้

หลังจากสมัครงานทิ้งไว้สักเดือนสองเดือน  ก็ไม่มีวี่แวว  ว่า  บริษัทจะติดต่อกลับมา  ก็เลยหันมาสอบรับราชการ  ก.พ.  อปท.  เป็นต้น  งานด้านนี้ต้องสอบคักเลือกและรอผลเรียกบรรจุ  ขั้นแรกต้องสอบภาค ก.  ให้ผ่าน ซะก่อน   จากนั้นค่อยเอาผลสอบภาค ก.  ไปสมัครสอบภาค ข. ค.  ตามหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่เปิดสอบ  (ผลสอบภาค ก.  ของ ก.พ.  เอาไปใช้กับ  อปท. ไม่ได้นะครับ !!!)   

เมื่อสอบภาค ก. ของ ก.พ. ผ่านแล้ว  ผมก็ค้นหาสมัครงานในตำแหน่งที่วุฒิการศึกษาของผมสมัครเข้าไปได้  แต่ก็มีส่วนน้อยครับ  เพราะผมไม่ได้จบมาทางด้านเหล่านั้น  จากนั้นผมก็ไปสอบตามวัน เวลา  สถานที่สอบ  ปาด....ติโธ่   ผมต้องไปสอบใน กทม.  เชียวนะ !!! ค่าเดินทางไป  บางทีต้องไปพักใน  กทม.  แถมคนสมัครสอบเยอะมาก  บางตำแหน่งเอาแค่คนเดียว  แบบนี้...หมดหวังแน่ ๆ เลย  ฮือ...  

เมื่อสอบเสร็จก็กลับบ้านด้วยความมั่นใจ ว่า   "ผมสอบไม่ผ่านแน่ ๆ "  เพราะว่า  ข้อสอบภาค ข. ยากกว่าข้อสอบ ภาค ก. มาก ๆ เลยละครับ   เหมาะสำหรับคนที่มีประสบการณ์มากกว่าเด็กจบใหม่อย่างผม

จากนั้น  ผมมานั่งทบทวนดูว่า  สิ่งที่เราเดินทางไปสอบ  และคนมีคนสอบเยอะมากขนาดนั้น  มันจะคุ้มค่ากับเงินที่พ่อแม่เสียไปหรือเปล่า ???   จริงอยู่ที่ว่า  พ่อแม่อยากให้ทำงานราชการ  แต่ความคุ้มค่าที่สะท้อนออกมา  ไม่ได้ทำให้หลาย ๆ คนที่เกียวข้องกับเรื่องนี้คุ้มค่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย  แม้แต่น้อย...

ผมก็เลยคิดใหม่  !!???  ก็เลยตัดสินเรียนต่อ ป.โท  สาขาเดิมที่จบมาเมื่อตอน ป.ตรี  ตอนเรียนวิชาต่าง ๆ ไม่ยากเท่า ป.ตรี  ง่ายกว่าด้วยซ้ำ  เพียงแค่เราต้องตั้งใจให้มากกว่าตอน ป.ตรี  ก็พอ   มันจะยากตรงที่  งานวิจัยที่ใช้ทำวิทยานิพนธ์  นะครับ   สำหรับผมแล้ว  เรียนไม่จบ !!!  เพราะติดในเรื่องของหัวข้องานวิจัยและเวลาที่บีบเรามาตามตูด...  ทำให้เหลือเวลาหายใจไม่ได้มาก  ก็เลยตัดสินใจ  ออกซ่ะ !!!  

ที่ตัดสินใจแบบนั้น  เพราะว่า  ไม่อยากให้พ่อแม่เสียเงินไปมากกว่านี้  ถึงแม้ทางบ้านจะบอกว่าเรียนไป  ถ้าอยากเรียน  แต่ในใจลึก ๆ ผมรู้ว่า  ในใจพ่อแม่ก็อยากให้เราทำงานก่อน   อีกอย่างก็คือ  มันน่าจะคุ้มค่ามากกว่า  เพราะเราทำงานสักพักนึง  มีเงินค่อยเรียนต่อก็ได้  และมีประสบการณ์ทำงานอีกด้วย  มันจะทำให้เราคิดออก  ว่า เราจะเรียนต่อทางไหนดี ?  

จากนั้น  ผมก็เริ่มสมัครงานอีกครั้งนึง  ช่วงนี้ผมตั้งใจและมุ่งมั่นมากกว่าคราวทีแล้ว  ซ้อมการเขียนใบสมัครงาน  เรซูเม  ส่งใบสมัครงานผ่านเน็ตไปเยอะมาก ๆ  ทั้งพื้นที่ใกล้เคียงก็กวาดเรียบ  สุดท้ายก็ได้งานที่ตรงสายงานที่เราเรียนจบมาและได้ใช้มันอย่างเต็มความสามารถ

พอมาถึงตรงนี้  ก็ทำให้เรามองอนาคตออก  ว่า  เราต้องเดินทางใช้ชีวิตอย่างไร ?  การเรียน ป.โท สำคัญหรือไม่ ?  เรียนสาขาไหน ?  ให้ผลดีการทำงาน การใช้ชีวิตอย่างไร ?  คุ้มค่าไหม ?  หรือเราจะเรียนเฉพาะบางเรื่อง อบมบางคอร์ส ได้หรือไม่ ?  ฯลฯ   

สิ่งเหล่านี้เป็นโจทย์ข้อสำคัญเสมอ  ในการใช้ชีวิตเพื่อเดินต่อไป  ถึงแม้ว่าเราอาจจะต้องเดินคนเดียวก็ตามที

การวางแผนก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน  เราต้องลำดับเรื่องราว ทางเดินของชีวิตไว้ดี ๆ ตองแผน A B  C ...  ดั่งในบทความข้างต้น  จะเรื่องของการวางแผนแอบ ๆ อยู่  แต่ผมไม่ได้เน้นให้อ่านเจอประเด็นนี้  เอาไว้บอกทีหลังในย่อหน้านี้ดีกว่า  555++  

ปัจจุบันนี้ผมก็ได้งานทำเป็นหลักแหล่งและมีเวลาเหลือพอที่จะหาเรียนเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาความรู้ หรือ คุณภาพชีวิต  ต่อไป  เพื่อให้เหมาะสมกับรายได้  รายจ่าย  ที่เหมาะสมกับเรา

สรุปสาระสำคัญของเรื่องราวที่ผ่านมา

  • การวางแผนเป็นสิ่งสำคัญของใช้ชีวิต  จำเป็นต้องมีแผนในใจ  คร่าว ๆ ก็ได้  A  B C แล้วแต่สถานการณ์
  • การตัดสินใจลงมือทำ   สิ่งนี้ต้องกล้าที่ลองทำ  คนสำเร็จในหลาย ๆ ด้านเค้าบอกไว้ว่า  "ต้องลงมือ"  ถึงแม้จะล้มเหลว  แต่อย่าล้มเลิก
  • ความคุ้มค่าในสิ่งที่จะลงมือทำ  สิ่งเหล่านี้คือตัวกรอกการชั่งใจว่า  จะทำ หรือ ไม่ทำ  เพราะหากลงมือทำไปโดยไม่หาข้อมูล  คิด  วิเคราะห์ และสรุปออกมาเป็นได้  นั้น  จะทำให้เราลงมือพายเรือเล็กออกไปไม่เจอฝั่ง

หากน้อง ๆ ต้องการปรึกษา  ผมก็ยินดีครับ  เข้ามาพูดคุยกันได้  ทาง Comment ของเว็บไซต์นี้  หรือช่องทางอื่น ๆ ก็ได้ครับ

หวังว่าบทความ The Series ตอนที่ 1 นี้  จะช่วยให้น้อง ๆ หลาย ๆ คนได้เกิดไอเดีย  นะครับ  ว่า  เราจะเดินทางไปทางไหน ?  จะทำอะไรต่อจากนี้ ?

สวัสดีครับ ....











ความคิดเห็น